1 00:00:00,000 --> 00:00:05,500 รู้หรือไม่ว่า คำว่า Pride ไม่ได้แปลว่าภูมิใจ ลองมาฟัง 2 00:00:05,500 --> 00:00:13,500 เพราะในบริบทของ LGBTQ+ คำนี้ไม่ได้หมายถึงการอวดตัว แต่มันหมายถึงการไม่ยอมอายที่เป็นตัวเองอีกต่อไป 3 00:00:13,500 --> 00:00:21,500 มันคือคำที่ยืนตรงข้ามกับคำว่า shame หรือความอับอาย ที่สังคมเคยยัดให้คนเพศหลากหลายต้องแบก 4 00:00:21,500 --> 00:00:29,500 หลายคนชอบถามว่าทำไมต้องมี Pride คำตอบคือ เพราะคนบางกลุ่ม ไม่ได้เริ่มต้นจากสิทธิและศักดิ์ศรีที่เท่ากัน 5 00:00:29,500 --> 00:00:38,000 จุดเริ่มต้นสำคัญโยงกับ Stonewall Uprising วันที่ 28 มิถุนายน 1969 ที่นิวยอร์ก ตอนนั้นตำรวจบุก Stonewall Inn 6 00:00:38,000 --> 00:00:47,000 ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ ที่คน LGBTQ+ ใช้พบกันได้ และในยุคนั้นก็มีการคุกคามและความรุนแรงซ้ำๆ 7 00:00:47,000 --> 00:00:56,000 แต่คืนนั้นคนในชุมชนไม่ยอมเงียบอีกแล้ว จากการถูกกดทับ มันกลายเป็นการลุกขึ้นสู้และการประท้วงหลายคืน 8 00:00:56,000 --> 00:01:04,000 หนึ่งปีต่อมา ก็มี Pride march ครั้งแรก และจากวันนั้น Pride ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการมองเห็นและสิทธิ 9 00:01:04,000 --> 00:01:12,000 เพราะงั้นคำว่า Pride ไม่ได้แปลว่าภูมิใจแบบผิวๆ แต่มันแปลว่า ฉันจะไม่อายที่เป็นตัวเองอีกต่อไป 10 00:01:12,000 --> 00:01:21,000 และพอมาอยู่ในไทย คำนี้ยิ่งมีน้ำหนักขึ้น เพราะสมรสเท่าเทียมมีผลใช้จริงแล้วตั้งแต่ 23 มกราคม 2025 11 00:01:21,000 --> 00:01:30,000 ช่วงนี้มี Bangkok Pride ในกรุงเทพ และถ้าใครอยากไปต่อ ก็มี Circuit Festival Asia Pattaya วันที่ 19 ถึง 21 มิถุนายน 2026 12 00:01:30,000 --> 00:01:38,000 จองบัตรได้ที่ circuitfestival.net slash asia เพราะสุดท้าย Pride ไม่ได้แปลว่าภูมิใจอย่างเดียว แต่มันแปลว่า เราไม่อายแล้ว